ผลการดำเนินงานรวมในปี 2553 บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,163.45 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.93 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับ ผลการดำเนินงานรวมในรอบเดียวกันของปีที่แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,067.59 ล้านบาท หรือกำไรต่อหุ้นเท่ากับ 0.85 บาท หรือเพิ่มขึ้นคิด เป็นร้อยละ 8.98 สาเหตุที่ผลการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้นในปี 2553 เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 15.41 ในปี 2552 มาเป็นร้อยละ 16.16 ในปี 2553 ทั้งนี้เป็นเพราะรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.39 เนื่องจากมีปริมาณการส่งออกและขายในประเทศที่สูงกว่าปี 2552
การส่งออกสินค้าเนื้อไก่ไปยังต่างประเทศ มีข้อจำกัดในการส่งออกสินค้าที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละประเทศ บางประเทศใช้นโยบายด้านภาษี บางประเทศใช้นโยบายด้านสุขอนามัย เป็นต้น ในอนาคตนโยบายด้านสุขอนามัยจะเป็นนโยบายที่สำคัญ ที่ประเทศผู้นำเข้าใช้เป็นเครื่องมือในการกีดกันทางการค้า เช่น นโยบายด้านมาตรฐานสินค้าระบบ ISO 9000, GMP และ HACCP, นโยบาย ด้านสิ่งแวดล้อม และสิทธิมนุษยชน และนโยบายด้าน Animal Welfare เป็นต้น ส่วนนโยบายด้านภาษีจะใช้น้อยลง เพราะแต่ละประเทศจะเข้าสู่ ระบบ WTO หรือการค้าแบบเสรี ซึ่งทางรัฐบาลจะลดการอุดหนุนและลดภาษีนำเข้าลงด้วย
2.1 รัฐบาลกำหนดให้นำเข้าข้าวโพดในโควต้า ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่สำคัญในการผลิตอาหารสัตว์ โดยให้นำเข้าในช่วงระหว่างวันที่ 1 มีนาคม 2553 ถึง 30 มิถุนายน 2553 โดยองค์การคลังสินค้าเท่านั้น และจำกัดโควต้าการนำเข้าไว้ไม่เกิน 54,700 ตัน
2.2 สหภาพยุโรปมีการเปลี่ยนแปลงวิธีการนำเข้าโดยใช้ระบบโควต้า โดยเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2550 เป็นต้นไป ประเทศ ไทยได้รับโควต้าในการส่งออกไก่ปรุงสุกเป็นจำนวน 160,033 ตัน
ธุรกิจด้านอาหารสัตว์ธุรกิจด้านอาหารสัตว์มีความเกี่ยวข้องกับนโยบายการกำหนดราคา ไม่ว่าจะเป็นการซื้อวัตถุดิบหรือราคาขายอาหารสัตว์ กล่าวคือ การซื้อกากถั่วเหลืองในประเทศต้องรับซื้อในราคาไม่ต่ำกว่าขั้นต่ำที่กำหนด ณ หน้าโรงงานโดยต้องทำสัญญาไว้กับกระทรวงพาณิชย์ ส่วนราคา ขายอาหารสัตว์ บริษัทไม่สามารถปรับราคาขายขึ้นลงได้ในทันทีทันใด เนื่องจากการปรับราคาขายจะต้องได้รับการอนุมัติจากกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์
การที่ค่าเงินบาทผันผวนในปี 2553 จะส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรจากการดำเนินงานของบริษัท
- ไม่มี -