คณะกรรมการบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด ซึ่งเป็นปัจจัยพื้นฐานที่ สำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจและการเติบโตทางธุรกิจให้แก่บริษัทอย่างยั่งยืน รวมทั้งจะเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ ผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย ซึ่งรวมถึงผู้ถือหุ้น ลูกค้า พนักงาน ตลอดจนสาธารณชน ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินการให้การกำกับดูแลกิจการของบริษัท เป็นไปตามหลักการการกำกับดูแลกิจการที่ดี และทำให้การดำเนินงานของบริษัทเป็นไปตามวัตถุประสงค์และมติของผู้ถือหุ้นด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต ระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัทและผู้ถือหุ้น
คณะกรรมการได้จัดทำนโยบายด้านบรรษัทภิบาลของบริษัทฯ และดำเนินการติดตามเพื่อให้มีการปฏิบัติตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการ รวมทั้งทบทวนและปรับปรุงนโยบายดังกล่าวให้มีความเหมาะสมอย่างสม่ำเสมอ และได้มีการประชาสัมพันธ์ให้พนักงานทุกคนเข้าไปศึกษานโยบาย การกำกับดูแลกิจการจากระบบ Intranet ของบริษัท และได้แสดงให้สาธารณชนรับทราบผ่านเว็บไซต์ของบริษัท www.gfpt.co.th ภายใต้หัวข้อการ กำกับดูแลกิจการ
คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีของบริษัท ตามหลักเกณฑ์ของหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทางของ The Organization for Economic Co-Operation and Development (OECD) ภายใต้ระเบียบปฏิบัติของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินธุรกิจสำหรับกรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของบริษัท ทั้งนี้จะมีการทบทวนและปรับปรุงหลักการกำกับดูแลกิจการ ที่ดีของบริษัทเป็นประจำทุกปี เพื่อให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงซึ่งอาจเกิดจากการดำเนินธุรกิจ สภาพแวดล้อม สถานการณ์ หรือกฎหมาย โดย แบ่งออกเป็น 5 หมวดดังนี้
คณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญต่อสิทธิของผู้ถือหุ้น จึงได้กำหนดแนวทางการดำเนินการต่างๆเพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทได้มีการดูแลผู้ถือหุ้น ทุกรายได้รับสิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นอย่างเท่าเทียมกัน ดังนี้
ในปี 2553 บริษัทได้จัดให้มีการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 29 เมษายน 2553 เวลา 9.30 น. ณ อาคารจีเอฟพีที เลขที่ 312 ถนน พระรามที่ 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง กรุงเทพฯ 10150 กรรมการของบริษัทเข้าร่วมประชุมครบทั้ง 9 ท่าน เพื่อให้ผู้ถือหุ้นซักถามในเรื่องที่ เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้สอบบัญชีของบริษัทเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งมีการพิจารณาลงคะแนนเสียงเรียงลำดับตามวาระที่กำหนดไว้ โดยบริษัทจะเก็บบัตรลง คะแนนไว้เป็นหลักฐานครบทุกคะแนนเสียงทั้ง เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และงดออกเสียง เพื่อความโปร่งใสและตรวจสอบได้กรณีที่มีข้อโต้แย้งในภาย หลัง ซึ่งทุกวาระการประชุมได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น
บริษัทให้ความสำคัญและดูแลให้มีการปฏิบัติต่อผู้ถือหุ้นทุกรายอย่างเท่าเทียมกันและเป็นธรรมทั้งรายใหญ่และรายย่อย ซึ่งในการประชุมผู้ถือหุ้น บริษัทให้สิทธิผู้ถือหุ้นในการออกเสียงลงคะแนนแบบ 1 หุ้น ต่อ 1 เสียง โดยบริษัทจะมีการจัดประชุมสามัญผู้ถือหุ้นปีละ 1 ครั้ง ภายในเวลาไม่เกิน 4 เดือนนับแต่วันสิ้นสุดรอบปีบัญชีของบริษัท โดยได้ดำเนินการดังนี้
ผู้มีส่วนได้เสีย หมายถึง กรรมการ ผู้บริหาร ผู้ถือหุ้น ผู้ลงทุน กลุ่มลูกค้า คู่ค้า คู่แข่งทางการค้า ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทได้กำหนดนโยบาย ให้มีการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียโดยคำนึงถึงสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียตามกฎหมาย หรือตามข้อตกลงที่มีกับบริษัท ถึงแม้ว่าผู้มีส่วนได้เสียในแต่ละกลุ่ม จะมีวัตถุประสงค์และความคาดหวังต่อกิจการที่แตกต่างกัน แต่บริษัทก็ให้ความสำคัญในสิทธิของผู้มีส่วนได้เสียในกลุ่มต่างๆ อย่างเท่าเทียมกัน ดังนั้นบริษัทจึงได้กำหนดจรรยาบรรณในการปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสียไว้ในคู่มือจริยธรรมธุรกิจของบริษัท เพื่อให้บุคลากรทุกระดับ ยึดถือเป็นแนวปฏิบัติ และถือเป็นภาระหน้าที่ที่สำคัญของทุกคน
นอกจากนี้ คณะกรรมการบริษัทได้พัฒนากลไกการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสียในการกำกับดูแลกิจการ โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสีย สามารถติดต่อสื่อสารกับคณะกรรมการบริษัท กรรมการอิสระ เพื่อแสดงความคิดเห็นในการปรับปรุงข้อบกพร่องในการดำเนินกิจการของบริษัท รวมทั้งการร้องเรียนหรือการแจ้งเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายหรือจรรยาบรรณโดยผ่านช่องทางดังต่อไปนี้
ติดต่อกรรมการอิสระ
ทางอีเมล์ : independentdirectors@gfpt.co.th
โทรสาร : 02-473-8393
ทางไปรษณีย์ : กรรมการอิสระ
บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)
อาคารจีเอฟพีที ชั้น 19 เลขที่ 312 ถนนพระรามที่ 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง
กรุงเทพฯ 10150
ติดต่อกรรมการบริษัท
ทางอีเมล์ : boardofdirectors@gfpt.co.th
โทรสาร : 02-473-8393
ทางไปรษณีย์ : กรรมการบริษัท
บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน)
อาคารจีเอฟพีที ชั้น 19 เลขที่ 312 ถนนพระรามที่ 2 แขวงบางมด เขตจอมทอง
กรุงเทพฯ 10150
เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่แจ้งเบาะแส บริษัทให้ความสำคัญกับการเก็บข้อมูลร้องเรียนเป็นความลับ และได้กำหนดขั้นตอน การรับเรื่องและการสอบสวน ซึ่งเรื่องร้องเรียนดังกล่าวจะรับรู้เฉพาะในกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องด้วยเท่านั้น โดยฝ่ายจัดการจะเป็นผู้รวบรวมข้อร้องเรียน และนำเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบเพื่อพิจารณาต่อไป สำหรับพนักงาน สามารถแจ้งเบาะแสหรือเสนอข้อคิดเห็นได้โดยตรงผ่านทาง E-mail ของบริษัท
สำหรับพนักงานของบริษัท บริษัทมีสวัสดิการด้านต่าง ๆ นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด เช่น มีการประกันสุขภาพและอุบัติเหตุให้แก่ พนักงานขาย พนักงานสารสนเทศ รวมทั้งพนักงานที่ปฏิบัติงานต่างจังหวัดด้วย และให้การช่วยเหลือสำหรับค่าเสื้อผ้าของพนักงานหญิง รวมทั้งเงิน ช่วยเหลือประเภทต่าง ๆ นอกจากนี้ บริษัทยังให้ความสำคัญด้านการดูแลความปลอดภัยให้แก่พนักงาน โดยมีการซ้อมหนีไฟเป็นประจำทุกปี และ ตรวจสอบคุณภาพของอุปกรณ์ดับเพลิง โดยจะมีการอบรมเบื้องต้นเกี่ยวกับการดับเพลิงสำหรับพนักงานที่เพิ่งเข้าใหม่ เพื่อให้มีความรู้พื้นฐานและ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินได้ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อตัวพนักงานและบริษัทด้วย
นอกจากนี้ บริษัทได้ตระหนักถึงความสำคัญในการบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยคำนึงถึงความรับผิดชอบที่มีต่อสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทให้ความสำคัญกับนโยบายการดูแลสิ่งแวดล้อม สังคม และชุมชน และส่งเสริมให้พนักงานทุกคน รู้จักใช้ทรัพยากรอย่างประหยัด รักษาสภาพแวดล้อม และรับผิดชอบต่อสังคมโดยรวม โดยดำเนินธุรกิจและควบคุมให้มีการปฏิบัติอยู่ภายใต้กรอบ ของกฎหมาย หลีกเลี่ยงการให้ความร่วมมือหรือการสนับสนุนผู้ที่ประกอบธุรกิจที่ผิดกฎหมาย หรือส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งมีนโยบายและแนวทางการปฏิบัติที่ชัดเจน โดยบริษัทสนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เช่น รณรงค์ให้พนักงานของ บริษัทบริจาคเลือดเป็นประจำทุกปี โดยโรงพยาบาลสมเด็จพระปิ่นเกล้าจะมารับบริจาคเลือดที่บริษัท รวมทั้งบริษัทให้ความช่วยเหลือทางการเงินบาง ส่วน เพื่อให้เป็นทุนการศึกษา สำหรับครอบครัวที่มีรายได้ต่ำซึ่งมีบุตรที่กำลังศึกษาอยู่ ฯลฯ เป็นต้น
ในปี 2553 ทางบริษัทฯ ได้สนับสนุนโครงการต่างๆ เช่น โครงการให้ทุนการศึกษาโดยประกวดเขียนเรียงความในหัวข้อ “หนึ่งคน หนึ่งความคิด พิชิตโลกร้อน” เพื่อเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม โครงการบริจาคเงินงานบรรพชาสามเณรภาคฤดูร้อน และการสนับสนุนอาหารเลี้ยงเด็ก ในวันเด็กแห่งชาติตามสถานที่ต่าง ๆ ใน จ.สมุทรปราการ โครงการร่วมสมทบทุนผ้าป่าการศึกษาเพื่อจัดหาอุปกรณ์การศึกษาและทำนุบำรุงสถานศึกษา โครงการส่งเสริมสร้างศาสนสถานวัดวาอาราม การสนับสนุนการจัดงาน สายธารสู่เด็กกำพร้าของมูลนิธิอัลเกาษัร ฯลฯ เป็นต้น โดยบริษัทไม่ได้ มุ่งเน้นเฉพาะโครงการที่ใช้ทุนทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่ยังให้การสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยส่งเสริมจิตสำนึกของการมีส่วนร่วมดูแลรักษาสังคมและสิ่ง แวดล้อมให้บุคลากรของบริษัทอีกด้วย
คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีการเปิดเผยข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับบริษัท ทั้งข้อมูลทางการเงินและข้อมูลที่มิใช่ข้อมูลทางการเงินอย่างถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และโปร่งใส โดยมีช่องทางในการเผยแพร่ข้อมูลที่ทำให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเท่าเทียมกัน โดยเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่อง ทางของตลาดหลักทรัพย์ในแบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) และรายงานประจำปี (แบบ 56-2) และเว็บไซต์ของบริษัท (www.gfpt.co.th) ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้ลงทุนสามารถได้รับข่าวสารข้อมูลอย่างทั่วถึง และครบถ้วน นอกจากนี้ บริษัทได้จัดทำรายงานความรับผิดชอบของคณะกรรมการต่อรายงานทางการเงินแสดงควบคู่กับรายงานของผู้สอบบัญชีในรายงานประจำปี
สำหรับปี 2553 บริษัทไม่มีการกระทำผิดกฎระเบียบที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้กำหนดไว้ ปัจจุบันบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการและฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ เป็นตัวแทนในการสื่อสารกับผู้ลงทุนทั้งที่เป็น สถาบัน ผู้ถือหุ้นรายย่อย รวมทั้งนักวิเคราะห์ทั่วไป ตลอดจนภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โดยสามารถติดต่อ ฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ได้ที่ 02-473-8000 ส่วน รายละเอียดอื่น ๆ สามารถดูได้ที่เว็บไซต์ของบริษัท และบริษัทได้กำหนดให้มีการจัดประชุม นักวิเคราะห์ปีละ 2 ครั้ง เพื่อนำเสนอข้อมูลและชี้แจง ผลการดำเนินงานที่ผ่านมา โดยในปี 2553 บริษัทได้จัดประชุมนักวิเคราะห์ขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2553 และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 และยังเปิดโอกาสให้มีการสัมภาษณ์แบบตัวต่อตัว (One on One Meeting) ตามสมควร
คณะกรรมการบริษัท ต้องประกอบด้วย กรรมการบริษัทไม่น้อยกว่า 5 คน และกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการ ทั้งหมดต้องมีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรไทย และต้องมีคุณสมบัติตามที่ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัดและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง และต้องมี กรรมการอิสระไม่น้อยกว่า 3 คน และมีสัดส่วนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสามของคณะกรรมการทั้งคณะ ทั้งนี้ ประธานกรรมการ ต้องไม่ดำรง ตำแหน่งเป็นประธานหรือสมาชิกในคณะกรรมการชุดย่อย และไม่เป็นบุคคลเดียวกับกรรมการผู้จัดการใหญ่ ณ 31 ธันวาคม 2553 บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) มีกรรมการจำนวนทั้งหมด 9 ท่าน ซึ่งมีองค์ประกอบดังนี้
| 1) กรรมการบริษัท | 6 | ท่าน |
| 2) กรรมการอิสระ | 3 | ท่าน |
บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) กำหนดคุณสมบัติกรรมการบริษัทขั้นต่ำตามข้อบังคับของบริษัทในหมวดที่ 4 ข้อ 17 ซึ่งสอดคล้องกับ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 และเพื่อให้เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดีตามแนวทางของ OECD ซึ่งทางตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยต้องการให้บริษัทจดทะเบียนทุกแห่งได้ปฎิบัติตาม ดังนั้น บริษัทจึงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของกรรมการ บริษัทของผู้ที่เหมาะสมที่จะเป็นกรรมการของบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) ไว้ดังนี้
ในกรณีที่กรรมการบริษัทเป็นกรรมการอิสระหรือกรรมการตรวจสอบ จะต้องมีคุณสมบัติเพิ่มเติมดังนี้
ทั้งนี้ภายหลังได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอิสระของบริษัทฯแล้ว กรรมการอิสระอาจได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการบริษัทฯ ให้ตัดสินใจ ในการดำเนินกิจการของบริษัทฯ บริษัทใหญ่ บริษัทย่อย บริษัทร่วม บริษัทย่อยลำดับเดียวกัน ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือผู้มีอำนาจควบคุม ของบริษัทฯ โดยมีการตัดสินใจในรูปแบบขององค์คณะ (Collective decision) ได้ โดยไม่ถือว่ากรรมการอิสระนั้นเป็นกรรมการที่มีส่วนร่วมใน การบริหารงาน
คณะกรรมการบริษัทคำนึงถึงประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะกรรมการบริษัท โดยกำหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติในการไปดำรง ตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นไว้ได้ไม่เกิน 5 บริษัท ยกเว้นตำแหน่งของประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัทฯ กำหนดนโยบายและวิธีปฏิบัติในการไปดำรงตำแหน่งในบริษัทจดทะเบียนอื่นไว้ได้ไม่เกิน 3 บริษัทเท่านั้น เนื่องจากตำแหน่งของผู้บริหารระดับ สูงมีความสำคัญต่อการบริหารกิจการ ซึ่งส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่
บริษัทฯ กำหนดนโยบายให้มีการแยกตำแหน่งระหว่างประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการออกจากกัน โดยประธานกรรมการ มีบทบาทในการเป็นผู้นำของคณะกรรมการบริษัทในการกำหนดนโยบายร่วมกันของกรรมการ ทิศทาง การดำเนินธุรกิจของบริษัท ตลอดจน สนับสนุนช่วยเหลือดูแลให้ฝ่ายบริหารสามารถบริหารงานให้เป็นไปตามนโยบายที่บริษัทได้กำหนดไว้ ส่วนกรรมการผู้จัดการมีหน้าที่รับนโยบาย จากคณะกรรมการบริษัทนำมาปฏิบัติให้สัมฤทธิผล
บริษัทกำหนดนโยบายให้ประธานกรรมการมีคุณสมบัติดังนี้
คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อย เพื่อช่วยศึกษากลั่นกรอง โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องอาศัยความเป็นกลางใน การวินิจฉัย อีกทั้งได้กำหนดขอบเขต อำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะอนุกรรมการในแต่ละชุด โดยกำหนดให้สมาชิกส่วนใหญ่ของ คณะกรรมการชุดย่อยเป็นกรรมการอิสระ และประธานคณะกรรมการชุดย่อยเป็นกรรมการอิสระอีกด้วย
ปัจจุบันบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) ได้แต่งตั้งคณะกรรมการชุดย่อยจำนวน 2 ชุด คือ
คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ โดยกำหนดวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี ซึ่งประกอบด้วย กรรมการอิสระจำนวน 3 ท่าน ในจำนวนดังกล่าว กรรมการอย่างน้อย 1 ท่าน ต้องมีความรู้ด้านบัญชีและการเงิน โดยคณะกรรมการตรวจสอบ ต้องมีคุณสมบัติเกี่ยวกับความเป็นอิสระตามประกาศของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องคุณสมบัติขอบเขตการดำเนินงานของ คณะกรรมการตรวจสอบ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบกำกับดูแลการดำเนินงานของบริษัท ดูแลรายงานทางการเงิน ระบบควบคุมภายใน การคัดเลือก ผู้สอบบัญชี การพิจารณาข้อขัดแย้งทางผลประโยชน์ รวมถึงการจัดทำรายงานการกำกับดูแลกิจการของบริษัท ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบ มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
คณะกรรมการบริษัทได้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน โดยกำหนดวาระการดำรงตำแหน่ง คราวละ 3 ปี ประกอบด้วยกรรมการจำนวน 5 ท่าน ซึ่งคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
คณะกรรมการบริษัทได้มีการแบ่งแยกบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบระหว่างคณะกรรมการบริษัท และฝ่ายจัดการออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อให้ มีอิสระในการตัดสินใจ และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อบริษัทและผู้ถือหุ้น
บริษัทกำหนดนโยบายการดำเนินธุรกิจในการเป็นผู้นำของอุตสาหกรรมการผลิตและแปรรูปสินค้าปศุสัตว์ และเกษตรอย่างครบวงจร เน้นความปลอดภัยทางด้านอาหารตลอดจนความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ อีกทั้งรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ดังนั้น คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายบริหารกำหนดเป้าหมาย กลยุทธ์ แผนงาน และงบประมาณให้สอดคล้องกับนโยบายที่กำหนด
บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการกำกับดูแลกิจการที่ดีมาโดยตลอด จึงได้จัดทำคู่มือหลักการกำกับ ดูแลกิจการที่ดีของบริษัทไว้เป็นลายลักษณ์อักษร และกำหนดให้มีการประชุมอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อทบทวนนโยบายและดูแลให้มีการปฏิบัติ ตามนโยบายดังกล่าว
บริษัทมุ่งมั่นพัฒนาธุรกิจให้เจริญก้าวหน้าโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานของการดำเนินงานไปในลักษณะที่ถูกต้อง ตามกฎหมายและจริยธรรมที่ดี ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดให้มีการจัดทำคู่มือจริยธรรมธุรกิจขึ้นเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้พนักงานทุกระดับได้รับทราบ และ เข้าใจถึงมาตรฐานการปฏิบัติตนตามที่บริษัทและผู้ถือหุ้นคาดหวัง คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการจัดตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมธุรกิจ เพื่อติดตามเรื่องดังกล่าวข้างต้น และรายงานต่อคณะกรรมการบริษัทอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
บริษัทดำเนินธุรกิจโดยอยู่บนหลักการให้พนักงานทุกระดับปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์สูงสุดของบริษัท โดยปราศจากผลประโยชน์ส่วน ตนเข้ามาเกี่ยวข้อง คณะกรรมการบริษัทจึงได้กำหนดวิธีปฏิบัติตนสำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับ รวมทั้งข้อพึงปฏิบัติที่ กำหนดไว้ในคู่มือจริยธรรมธุรกิจ สำหรับกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) ในหมวดที่ 2 ไว้ ดังนี้
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจสอบทำหน้าที่ดูแลควบคุมระบบการตรวจสอบภายใน โดยมีหน่วยงานฝ่ายตรวจสอบ ภายใน ทำหน้าที่ในการดูแลและควบคุมระบบการตรวจสอบภายในของบริษัทภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการตรวจสอบ
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้ฝ่ายตรวจสอบภายในและผู้สอบบัญชีของบริษัท ประชุมร่วมกับคณะกรรมการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 4 ครั้ง เพื่อรายงานผลการตรวจสอบระบบควบคุมภายใน ตลอดจนงบการเงินที่ผ่านการสอบทานจากผู้สอบบัญชี นอกจากนี้คณะกรรมการตรวจสอบ จะสรุปผลการตรวจสอบและรายงานให้คณะกรรมการบริษัททราบต่อไป
บริษัทกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงในด้านต่างๆ ของธุรกิจโดยกำหนดขั้นตอนการบริหารความเสี่ยงไว้ดังนี้
คณะกรรมการบริษัทจัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของกรรมการผู้จัดการอย่างเป็นทางการเป็นประจำปีละ 1 ครั้ง โดยอ้างอิงจาก แบบประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย
บริษัทได้จัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบริษัทเป็นประจำทุกเดือน และกำหนดให้เป็นวันพฤหัสบดีสุดท้ายของทุกเดือน โดยได้แจ้งให้ คณะกรรมการได้ทราบล่วงหน้าไว้แล้ว อย่างไรก็ตาม การกำหนดวัน เวลาประชุมอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม ขึ้นอยู่กับความ สำคัญของวาระการประชุมที่จะต้องนำเข้าพิจารณา
ในปี 2552 ที่ผ่านมา กรรมการได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริษัทและมีการเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการชุดย่อย โดยมีรายละเอียด ดังนี้
| ลำดับ. | รายชื่อกรรมการ | ตำแหน่ง | การประชุมในปี 2553 | ||
| คณะกรรมการ
บริษัท รวม 11 ครั้ง/ปี |
คณะกรรมการ
ตรวจสอบ รวม 4 ครั้ง/ปี |
คณะกรรมการสรรหา และ พิจารณาค่าตอบแทน รวม 1 ครั้ง/ปี |
|||
| 1 | นายประสิทธิ์ ศิริมงคลเกษม | ประธานกรรมการบริษัท | 9/11 | - | - |
| 2 | นายวิรัช ศิริมงคลเกษม | รองประธานกรรมการบริษัท และกรรมการผู้จัดการ |
11/11 | - | - |
| 3 | นพ.อนันต์ ศิริมงคลเกษม | ประธานกรรมการบริหาร และรองกรรมการผู้จัดการ |
11/11 | - | 1/1 |
| 4 | นพ.สาธิต กรเณศ | ประธานกรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ |
11/11 | 4/4 | 1/1 |
| 5 | นายปารเมศ เหตระกูล | กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ |
11/11 | 4/4 | 1/1 |
| 6 | นายธนาธิป พิเชษฐวณิชย์โชค | กรรมการตรวจสอบ และกรรมการอิสระ |
11/11 | 4/4 | 1/1 |
| 7 | นางสมสิริ อิงโพธิ์ชัย | กรรมการบริหาร | 10/11 | - | - |
| 8 | น.ส.วรรณี ศิริมงคลเกษม | กรรมการบริษัท | 10/11 | - | - |
| 9 | นายสุจิน ศิริมงคลเกษม | กรรมการบริษัท | 11/11 | - | 1/1 |
ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการหารือร่วมกัน ในการพิจารณาเลือกเรื่องเข้าวาระการประชุมคณะกรรมการบริษัทและ เป็นผู้กำหนดวาระการประชุม ซึ่งได้จัดพิมพ์เป็นเอกสารเพื่อให้กรรมการได้พิจารณาเป็นการล่วงหน้า และมีเวลาศึกษาข้อมูลก่อนเข้า ประชุม
คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการบริษัทเป็นผู้จัดเตรียมวาระการประชุม ตลอดจนเอกสารและข้อมูลที่จำเป็น ต่อการตัดสินใจในแต่ละวาระ เพื่อให้คณะกรรมการพิจารณาเป็นการล่วงหน้าและมีเวลาเพียงพอในการศึกษาข้อมูล
ประธานกรรมการเป็นผู้จัดสรรเวลาอย่างเพียงพอในการพิจารณาในแต่ละวาระของการดำเนินการประชุม
คณะกรรมการบริษัทส่งเสริมให้มีการเชิญฝ่ายจัดการระดับสูงเข้าร่วมประชุมคณะกรรมการ เพื่อให้รายละเอียดเพิ่มเติมในฐานะที่ เกี่ยวข้องกับปัญหาโดยตรง อีกทั้งเปิดโอกาสให้ฝ่ายจัดการได้รู้จักกับคณะกรรมการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทสามารถเข้าถึงสารสนเทศที่จำเป็นเพิ่มเติมได้จากกรรมการผู้จัดการ เลขานุการบริษัท ผู้บริหารอื่นๆที่ได้ รับมอบหมายไว้
คณะกรรมการบริษัทสนับสนุนให้กรรมการที่ไม่ได้เป็นผู้บริหารได้มีโอกาสประชุมกันเอง ซึ่งได้มีการปฏิบัติแล้วในส่วนของกรรมการที่ ไม่ได้เป็นผู้บริหาร แต่เป็นกรรมการตรวจสอบและเป็นกรรมการอิสระ ซึ่งได้จัดให้มีการประชุมเป็นประจำอยู่แล้ว ไม่น้อยกว่าปีละ 4 ครั้ง
คณะกรรมการบริษัทได้มีการแต่งตั้งเลขานุการบริษัท ซึ่งทำหน้าที่ให้คำแนะนำด้านกฎระเบียบต่างๆ ที่คณะกรรมการจะต้อง ทราบและปฏิบัติ ตลอดจนดูแลกิจกรรมของคณะกรรมการรวมทั้งประสานงานให้มีการปฏิบัติตามมติคณะกรรมการบริษัท ปัจจุบัน คณะกรรมการบริษัทได้แต่งตั้งให้ น.ส. จุฑามาส อิงโพธิ์ชัย เป็นเลขานุการบริษัท
คณะกรรมการบริษัทได้จัดให้มีการประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะเป็นประจำทุกปี โดยวิธีอภิปราย กันเองของคณะกรรมการทั้งคณะ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลในการทำงานของคณะกรรมการ
เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2554 คณะกรรมการได้จัดให้มีการประเมินผลการปฎิบัติงานของคณะกรรมการบริษัททั้งคณะประจำปี 2553 โดยอ้างอิงจากแบบประเมินของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งผลการประเมินอยู่ในระดับที่ดี
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดค่าตอบแทนกรรมการบริษัท โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสรรหาและพิจารณา ค่าตอบแทนโดยอ้างอิงกับบริษัทในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกัน ในปี 2553 บริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) ได้มีการจ่ายค่าตอบแทน ดังต่อไปนี้
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ค่าตอบแทนกรรมการรวม 9 ราย เท่ากับ 4,225,000 บาท โดยเป็นค่าตอบแทนในรูปของค่า ตอบแทนรายเดือนและโบนัส โดยมีรายละเอียดดังนี้
| ชื่อ-ชื่อสกล | ตำแหน่ง | ค่าตอบแทนต่อปี |
| 1. นายประสิทธิ์ ศิริมงคลเกษม | ประธานกรรมการบริษัท | 520,000 บาท |
| 2. นายวิรัช ศิริมงคลเกษม | รองประธานกรรมการบริษัทและกรรมการผู้จัดการ | 455,000 บาท |
| 3. นพ.อนันต์ ศิริมงคลเกษม | ประธานกรรมการบริหารและรองกรรมการผู้จัดการ | 455,000 บาท |
| 4. นพ.สาธิต กรเณศ | ประธานกรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ | 520,000 บาท |
| 5. นายปารเมศ เหตระกูล | กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ | 455,000 บาท |
| 6. นายธนาธิป พิเชษฐวณิชย์โชค | กรรมการตรวจสอบและกรรมการอิสระ | 455,000 บาท |
| 7. นางสมสิริ อิงโพธิ์ชัย | กรรมการบริหาร | 455,000 บาท |
| 8. น.ส.วรรณี ศิริมงคลเกษม | กรรมการบริษัท | 455,000 บาท |
| 9. นายสุจิน ศิริมงคลเกษม | กรรมการบริษัท | 455,000 บาท |
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 ค่าตอบแทนผู้บริหารบริษัท ในปี 2553 จำนวน 5 ราย เท่ากับ 18,586,290 บาท โดยเป็นค่า ตอบแทนในรูปเงินเดือนและโบนัส
-ไม่มี-
คณะกรรมการบริษัทได้มอบหมายให้เลขานุการบริษัทเป็นผู้แนะนำกรรมการใหม่ให้ทราบถึงภาระหน้าที่และความรับผิดชอบของ กรรมการ นอกจากนี้ยังให้ฝ่ายจัดการเป็นผู้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับลักษณะธุรกิจและแนวทางการดำเนินธุรกิจของบริษัท
คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้กรรมการผู้จัดการรายงานเพื่อทราบเป็นประจำถึงแผนสืบทอดตำแหน่ง ทั้งนี้เพื่อให้การดำเนินธุรกิจ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยจัดโครงการสำหรับพัฒนาผู้บริหารเป็นประจำทุกปี
คณะกรรมการบริษัทกำหนดให้มีการฝึกอบรมและให้ความรู้แก่กรรมการ กรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร เลขานุการบริษัท ตลอดจน ผู้บริหารระดับสูงอื่นๆ เพื่อเสริมสร้างประสิทธิภาพในการดำเนินงาน